ขนาดอักษร |
TH EN

ผลงานที่ผ่านมา

21 พฤศจิกายน 2559 03:08:30
9618
วันที่ : 21 พฤศจิกายน 2559 03:08:30 | 9618 อ่าน

 

ผลการดำเนินงานที่สำคัญของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สรอ.) หรือ อีจีเอ มีสาระสำคัญ 3 ด้านคือ

  1. โครงการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ 
    (Common Government Network Infrastructure)
  2. โครงการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และบริการประชาชน 
    (Common Government Information Infrastructure and e-Services
  3. ผลการดำเนินงานสำคัญตามนโยบายรัฐบาล สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)

 

โครงการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (Common Government Network Infrastructure)
 

  • การบูรณาการและพัฒนาระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ (GIN: Government Information Network) มีวัตถุประสงค์หลักในการดำเนินงานเพื่อบูรณาการและเชื่อมโยงเครือข่ายของหน่วยงานภาครัฐที่มีอยู่ และขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมส่วนราชการทั้งหมดอย่างมีความมั่นคงปลอดภัย รวมถึง สามารถบูรณาการระบบบริการภาครัฐที่ส่วนราชการสามารถใช้งานร่วมกันได้ (Common Services) ปัจจุบันมีระบบบริการภาครัฐที่ใช้งานร่วมกันบนเครือข่าย GIN จำนวน ๑๐ ระบบข้อมูล อาทิ ระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) ระบบงานบริหารยุทธศาสตร์ขององค์กรภาครัฐ (GSMS) ระบบ National Single Window (NSW) เป็นต้น และมีหน่วยงานภาครัฐที่ใช้บริการ GIN เพิ่มขึ้น จำนวน ๕๐๘ หน่วยงาน เช่น กระทรวงยุติธรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงสาธารณสุข และสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partner) โดยใช้กลไกด้านนโยบายและงบประมาณเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันให้เกิดการบูรณาการ เช่น สำนักงบประมาณ สำนักงาน ก.พ.ร. มีระบบบริหารจัดการ โดยใช้ข้อตกลงการให้บริการ (SLA) จัดระเบียบและบริหารจัดการ Bandwidth Utilization ในส่วนของ Extra Bandwidth ให้สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานได้อย่างรวดเร็วและทันต่อความต้องการ นอกจากนี้ ได้ผลักดันให้มีการใช้งานเครือข่ายโดยเน้นให้มีการใช้งานแลกเปลี่ยนข้อมูลภายในหน่วยงานภาครัฐมากขึ้นในรูปแบบ Intranet และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของ Contact Center เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการพัฒนาความสามารถของเจ้าหน้าที่ และการถ่ายทอดความรู้ด้านการบริหารจัดการเกี่ยวกับเครือข่าย GIN ให้กับหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานสถิติจังหวัดและสำนักงานสื่อสารจังหวัด กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในลักษณะของ Roadshow ที่จังหวัดนครปฐม จังหวัดนครวรรค์ และการลงพื้นที่ตรวจประเมินการใช้บริการ GIN ในจังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดสระแก้ว จังหวัดสงขลา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดแพร่ และจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยความสำเร็จคิดเป็นร้อยละ ๑๐๐(๑๐๑.๖๑) จากเป้าหมาย จำนวน ๕๐๐ หน่วยงาน
     
  • การพัฒนาระบบคลาวด์ภาครัฐ (Government Cloud: G-Cloud) มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐใช้บริการในรูปแบบ Cloud Service เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการของบประมาณด้าน ICT ที่ผ่านมา มีหน่วยงานภาครัฐใช้บริการ G-Cloud เป็นจำนวน ๒๗๒ หน่วยงาน หรือคิดเป็นระบบที่ใช้งานเพิ่มขึ้น จำนวน ๒๖๐ ระบบ ตัวอย่างระบบสำคัญ เช่น ระบบบูรณาการและติดตามข้อมูลการรับจำนำข้าว และระบบบริหารจัดการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ระบบเยียวยาฟื้นฟูผู้ประสบภัย ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ของ ศอ.บต. ระบบรายงานผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติงานทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-SAR) ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ระบบบริหารจัดการสารสนเทศด้าน สาธารณภัยในภาวะวิกฤต ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบบตรวจสอบโครงการตามแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำ ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partner) โดยใช้กลไกด้านนโยบายและงบประมาณเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันให้เกิดการบูรณาการ  นอกจากนี้ ได้ดำเนินการยกระดับบริการให้เป็น Secure Cloud โดยเพิ่มคุณสมบัติที่สำคัญ เช่น Private Network (GIN) , Two Factor Authentication , ISO 27001:2013 , Encryption Storage และพัฒนาการรับประกันคุณภาพบริการทางด้าน SLA  รวมถึงให้คำปรึกษากรณีพบปัญหา/ช่องโหว่ของระบบที่อยู่บน G-Cloud พร้อมทั้งได้ยกระดับการให้บริการ Critical Infrastructure (Disaster Recovery Site) ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างองค์ความรู้ให้กับหน่วยงานภาครัฐ และสนับสนุนการให้บริการเนื่องจากเหตุการฉุกเฉินและภัยพิบัติ โดยความสำเร็จคิดเป็นร้อยละ ๑๐๐(๑๗๓.๓๓) จากเป้าหมาย จำนวนสะสม ๑๕๐ ระบบ

 

  • การพัฒนาระบบบริหารจัดการภัยคุกคามทางสารสนเทศภาครัฐ (Government Security Monitoring) นอกจากช่วยลดความซ้ำซ้อนด้านงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐในการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ IT ไปจนถึงบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านความมั่นคงปลอดภัยในการดูแลเครือข่ายและระบบงานสำคัญของหน่วยงานภาครัฐแล้ว ในปีที่ผ่านมา อีจีเอยังจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัยของหน่วยงานภาครัฐ” ทำหน้าที่ประสานงานกรณีหน่วยงานประสบปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัย ตลอดจนเสริมสร้างความรู้ ความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศให้แก่บุคลากรภาครัฐ ปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐที่ได้รับบริการระบบตรวจสอบและติดตามสถานะความมั่นคงปลอดภัยรวม 30 หน่วยงาน เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) อีกทั้งยังจัดอบรมหลักสูตร Government Security Incident Response และการเป็น Government Computer Emergency Response Team (G - CERT) ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ

 

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2558 G-CERT ได้รับการยกระดับให้เป็น "Government Computer Emergency and Readiness Team : G-CERT" หรือ "ศูนย์ประสานงานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศภาครัฐ" มีหน้าที่หลักในการจัดการและตอบสนองเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายของหน่วยงานภาครัฐตามนโยบายส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งการสร้างเครือข่ายพันธมิตร เพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัย และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์

 

 

  • การให้บริการระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์กลางเพื่อการสื่อสารในภาครัฐ (MailGoThai) มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นให้ข้าราชการและพนักงานของรัฐใช้บริการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์จากระบบที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยที่ผ่านมา ได้เพิ่มประสิทธิภาพของระบบ Government ID เพื่อรองรับการเข้าใช้งานในระบบงานที่สำคัญของภาครัฐ แล้วเสร็จได้แก่ ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย (Thai National Research Repository: TNRR) ระบบศูนย์ช่วยเหลือสังคม (One Stop Crisis Center : OSCC) และระบบงานภายในของกรมอนามัย คือ ระบบศูนย์ติดตามผลการปฏิบัติงานและระบบบริหารงานภายใน ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์จำนวน ๒๙๘,๘๔๓ บัญชีรายชื่อหรือคิดเป็น ๖๔๐ โดเมน เช่น สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กระทรวงอุตสาหกรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น  สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partner) โดยใช้กลไกงบประมาณและตัวชี้วัด IT ภาครัฐเป็นเครื่องมือในการผลักดันให้เกิดการบูรณาการ  สร้างคุณสมบัติ (Feature) ให้มีความเหมาะสมกับผู้ใช้งานสมัยใหม่ ได้แก่ G-Chat  นอกจากนี้ สำนักงานได้ปรับเปลี่ยนไปใช้ระบบบริหารจัดการแบบ Commercial ซึ่งช่วยพัฒนามาตรฐาน รูปแบบบริการและแก้ไขข้อบกพร่องจากการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้ง ขยายรูปแบบการใช้งานอีเมลล์ผ่านโทรศัพท์มือถือ พร้อมปรับปรุงพัฒนาฟังก์ชั่น คุณสมบัติการใช้งานให้สอดรับกับ Platform ต่างๆ โดยความสำเร็จคิดเป็นร้อยละ ๑๐๐(๑๑๔.๙๓) จากเป้าหมาย จำนวนสะสม ๒๖๐,๐๐๐ บัญชีรายชื่อ

 


โครงการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และบริการประชาชน (Common Government Information Infrastructure and e-Services)

 

  • กิจกรรมบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลและระบบงานภาครัฐ (e-Government Platform) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานระดับ Strategic Partners เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญต่างๆ พร้อมทั้ง ส่งเสริมและผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐนำโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่ได้พัฒนาขึ้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับการดำเนินงานที่ผ่านมามีหน่วยงานภาครัฐใช้งานโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของ สรอ. ครอบคลุมถึงระบบ e-Service ที่เชื่อมโยงข้อมูลสมาชิกผ่านระบบ openid.egov.go.th รวมทั้งสิ้น ๓๘ ระบบ คิดเป็น ๒๓ หน่วยงาน และมีหน่วยงานที่สามารถรับส่งผ่านระบบ e-CMS version 2.0 on Cloud ได้แล้ว ๑๕๒ หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมธุรกิจพลัง เป็นต้น ถือว่ามีความสำเร็จคิดเป็นร้อยละ ๑๐๐(๑๒๖) จากผลการดำเนินงานในปี ๒๕๕๗ (หรือเพิ่มขึ้น ๙๖ หน่วยงานจาก ๗๖ หน่วยงานในปี ๒๕๕๗) นอกจากนี้ ได้ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในรูปแบบ Web Service เพื่อให้หน่วยงานเข้าถึง/นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์สำหรับตรวจสอบสิทธิ์คนพิการ ขอข้อมูลประวัติการฟื้นฟู และข้อมูลประวัติการเบิกจ่ายอุปกรณ์การรักษาพยาบาล และให้การสนับสนุน แนะนำ ให้คำปรึกษาหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการเข้าถึงหรือเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญของรัฐ หรือต้องการปรับปรุงระบบบริการของตนให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
     
  • กิจกรรมพัฒนาช่องทางการเข้าถึงข้อมูลและบริการภาครัฐ (Government Access Channels)  มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการเข้าถึงข้อมูลและบริการต่างๆ ของภาครัฐ โดยเพิ่มช่องทางการให้บริการผ่าน Government Application Center (GAC) สนับสนุนการให้บริการ Mobile Application และพัฒนาการให้บริการ SaaS (Software as a Service) การดำเนินงานที่ผ่านมาสำนักงานได้พัฒนาบริการในรูปแบบ SaaS จำนวน ๖ บริการ ได้แก่ ระบบ Saraban ระบบ SMS ระบบ GIN Conference ระบบ Personal Storage ระบบ Website และ ระบบ Government Chat นอกจากนี้ ยังได้มีการวิเคราะห์บริการใหม่ๆ และให้ความสำคัญกับการพัฒนา e-Service ภาครัฐ  พร้อมทั้งได้รวบรวม Mobile Applications ไว้บน Government Application Center (GAC) จำนวน ๙๗ Apps. (๑๒ หมวด) โดย Applications ที่พัฒนาแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้ว จำนวน ๗ Apps ได้แก่ แอปพลิเคชันประมวลพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท “สุขพอที่พ่อสอน” แอปพลิเคชัน “OHM Books Shelf” ของสำนักราชเลขาธิการ แอปพลิเคชันสื่อสารอาการผู้ป่วยด้วยภาษาพม่า “Doctor Ask” แอปพลิเคชัน “Lost Car” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แอปพลิเคชันนัดหมายแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี (RAMA Appointment) แอปพลิเคชันค้นหาร้านขายยา ของสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และแอปพลิเคชันคู่มือประชาชนของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) รวมถึงมีการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา Mobile Application ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น ผ่านการจัดทำโครงการ “Mobile e-Government Application 2014: MEGA 2014” เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๘ โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและบุคคลผู้สนใจทั่วไป ในการจัดประกวดผลงานด้าน Mobile Application ที่มีประโยชน์สามารถใช้งานได้จริงและสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนในสังคมยุคดิจิทัล ทั้งนี้เพื่อพัฒนาให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้หรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและสังคม ทั้งนี้ ความสำเร็จคิดเป็นร้อยละ ๑๐๐(๑๑๘.๑๘) จากเป้าหมาย จำนวน ๑๑ ระบบ (จำนวน Mobile Application ที่ สรอ.สนับสนุนการพัฒนา ๕ ระบบ และมีระบบให้บริการในรูปแบบ SaaS จำนวนสะสม ๖ ระบบ) 

  • กิจกรรมนำร่องพัฒนาบริการ IT สู่ท้องถิ่น (Smart Citizen Info) มีวัตถุประสงค์การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริการภาครัฐโดยใช้ประโยชน์จากเลขหมายบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักและบัตร Smart Card เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการภาครัฐได้ง่ายและสะดวกในรูปแบบของ One Stop Service การดำเนินงานที่ผ่านมาได้พัฒนาระบบงานหรือ e-Service ที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลด้านบุคคลหรือใช้ประโยชน์จากบัตร Smart Card ผ่านเครื่องมือของ สรอ. (โดยใช้เครื่องมือครอบคลุมถึง API หรือ Platform ที่ สรอ.พัฒนาหรือให้บริการ) จำนวน ๘ ระบบ ได้แก่ ระบบบริการรับคำร้องขอติดตั้งประปาใหม่ ของการประปานครหลวง ระบบติดตามเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระบบยืนยันตัวบุคคลกลางที่เกี่ยวข้องในการทำนิติกรรมกับ อย. ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ระบบให้ความเห็นชอบ (บุคคลในตลาดหุ้น) ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ระบบบริการ Fisheries Single Window ของกรมประมง  ระบบสารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉิก ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน  ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ของศาลาว่าการเมืองพัทยา และระบบตรวจสอบข้อมูลไว้สืบพยาน ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เป็นต้น  นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการบูรณาการข้อมูลกลางของสำนักงานประกันสังคม กรมการปกครองและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อบูรณาการรูปแบบการบริการของหน่วยงานภาครัฐ และเชื่อมโยงข้อมูลประชาชนจากแต่ละหน่วยงาน ให้สามารถเข้าถึงได้และสามารถทำธุรกรรมหรือปฏิบัติตามขั้นตอนทางราชการต่าง ๆ ร่วมกันได้ และทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ กรุงเทพมหานคร กรมการขนส่งทางบก กรมการจัดหางาน และสำนักงานประกันสังคม พร้อมกับได้ติดตั้งตู้ Kiosk ขึ้นเป็นศูนย์บริการร่วม (G-Point) ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และล่าสุดที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลศาลายา ซึ่งมีระบบที่ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิ เช่น ระบบข้อมูลบุคคล ของกรมการปกครอง  ระบบข้อมูลสิทธิประกันสุขภาพ ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ  ระบบข้อมูลบัญชีสินเชื่อในเครดิตบูโรแบบสรุป ของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เป็นต้น  เพื่อให้บริการนำร่องแก่ประชาชน ความสำเร็จคิดเป็นร้อยละ ๑๐๐(๑๓๓.๓) จากเป้าหมายจำนวน ๖ ระบบ ของแผนงานในปี ๒๕๕๘
     
  • กิจกรรมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมบริการ (R&D and Product Innovation) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ให้มีคุณภาพและให้บริการที่มีมาตรฐานเทียบเคียงกับระดับสากล และยกระดับพัฒนา ปรับปรุง การให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ตามกรอบแนวทางและมาตรฐานที่ได้มีการศึกษาวิจัยและจัดทำขึ้น  การดำเนินงานที่ผ่านมาได้ดำเนินการออกแนวปฏิบัติและมาตรฐานเชิงเทคนิคสำหรับศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ (data.go.th) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐนำไปใช้เป็นแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ รวมถึงสนับสนุนและสร้างเครื่องมือกับหน่วยงานภาครัฐให้เกิดประโยชน์จากข้อมูล (Open Data) ที่ดำเนินการ ซึ่งมีข้อมูลเผยแพร่ ๓๐๖ ชุดข้อมูล จากจำนวน ๔๒ หน่วยงาน และเผยแพร่เอกสาร "แนวปฏิบัติและมาตรฐานเชิงเทคนิค สำหรับศูนย์กลางข้อมูลภาครัฐ (data.go.th)" แบบฟอร์ม Metadata และคู่มือการนำข้อมูลขึ้นเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์กลาง data.go.th และ ega.or.th รวมถึงพัฒนาต้นแบบแอปพลิเคชันที่นำชุดข้อมูลจาก data.go.th มาพัฒนา ได้แก่ แอปพลิเคชัน GIN Discovery แอปพลิเคชัน Love Fish และแอปพลิเคชันรถชนบอกด้วย นอกจากนี้ได้พัฒนามาตรฐานแอปพลิเคชันภาครัฐสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อกำหนดให้ผู้พัฒนานำมาตรฐานไปใช้ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และในส่วนของการพัฒนาสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture: EA) ของ สรอ. นั้น ได้จัดอบรมให้ความรู้เบื้องต้นแก่เจ้าหน้าที่ทุกส่วนงานเกี่ยวกับเรื่อง EA และประชุมเชิงปฏิบัติการ เมื่อวันที่ ๒๙ และ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๗ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นในการจัดทำ EA ของ สรอ. อาทิ Business Objective และ Business Process และได้แบบร่างสถาปัตยกรรมองค์กรในอนาคตของ สรอ. (Future State Architecture) ที่คณะกรรมการบริหารฯได้พิจารณาเห็นชอบแล้วในการประชุม ครั้งที่ ๕/๒๕๕๘ และมีมติให้นำข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินงานการพัฒนาสถาปัตยกรรมภายในองค์กรไปใช้ตามหลักการของ PDCA Model เพื่อควบคุมคุณภาพในการดำเนินงานและก่อให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยความสำเร็จคิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ จากเป้าหมายที่กำหนดให้ดำเนินการออกแบบร่างสถาปัตยกรรมองค์กรในอนาคต (Future State Architecture) ของ สรอ. ให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๕๘
     
  • กิจกรรมวิจัยเชิงนโยบาย (Policy Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ให้สอดคล้องกับบริบทของการเปลี่ยนแปลง และสร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายฯ ๒ ฉบับ ได้แก่ข้อเสนอแนะผลการประเมินระดับความพร้อม e-Government ระดับกรม ปี ๒๕๕๘ และข้อเสนอแนะการพัฒนานโยบายรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทยในทศวรรษหน้า นอกจากนี้ได้จัดทำกรอบแนวคิดการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในระดับจังหวัดของประเทศไทย ได้แก่ รายงานผลการสำรวจ Thailand e-Government Readiness หน่วยงานรัฐระดับกรม รายงานการศึกษาเพื่อจัดทำกรอบการประเมินความพร้อมรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ระดับจังหวัด รายงานผลการศึกษาข้อเสนอแนะการพัฒนานโยบายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ รายงานข้อเสนอแนะการยกระดับรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์สู่รัฐบาลดิจิทัล และรายงาน Thailand e-Government Status Report รวมถึงร่วมประชุมเพื่อ ปรับปรุง และจัดทำบทสรุปของ Framework ร่วมกับ Waseda University เป็นต้น โดยความสำเร็จคิดเป็นร้อยละ ๑๐๐(๒๐๐) จากเป้าหมายที่กำหนดให้ดำเนินการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายฯ ๑ ฉบับให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๕๘
     
  • กิจกรรมยกระดับขีดความสามารถและพัฒนาฐานข้อมูลบุคลากร ICT ภาครัฐ (e-Government Capability Building) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมวิสัยทัศน์และพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมไปถึงการสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลบุคลากร ปัจจุบันมีบุคลากรภาครัฐได้รับการพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศแล้วจำนวน ๑,๕๘๕ คน ได้แก่ การจัดอบรมหลักสูตรผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง CIO (Chief Information Officer) เพื่อให้ความรู้และสร้างความเข้าใจให้กับบุคลากรภาครัฐทั้งทางด้านแผนงานและนโยบาย ด้านบริหารจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านกฎหมาย และการอบรมภายใต้โครงการศูนย์ประสานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศภาครัฐ (G-CERT) รวมทั้งการอบรมหลักสูตร IPv6 Workshop for e-Government เพื่อให้ผู้ดูแลระบบเครือข่ายสามารถที่จะดำเนินการเปลี่ยนผ่านจาก IPv4 ไปสู่ IPv6 ให้แก่หน่วยงานได้ อบรมเชิงปฏิบัติการ “การซักซ้อมรับมือภัยคุกคามด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Incident Drill) ครั้งที่ ๒ เพื่อส่งเสริม และสร้างความตระหนักด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศแก่ภาครัฐ  และอบรมหลักสูตร รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริหารระดับสูง (รอส.) รุ่นที่ ๒ เพื่อให้ผู้บริหารเข้าใจถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีต่อการบริหารจัดการภายในองค์กร และการนำข้อมูลทางสารสนเทศไปใช้บริหารจัดการให้เกิดความถูกต้องและรวดเร็ว และส่งเสริมศักยภาพและยกระดับมาตรฐานบุคลากรภาครัฐให้มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล (การทดสอบมาตรฐานวิชาชีพด้านไอซีที - ITPE) รอบที่ ๒ ปี ๒๕๕๘ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการอบรมเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบปฏิบัติการ (Introduction to Hardening Step) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ระบบปฏิบัติการของเครื่องให้บริการขององค์กร และพัฒนาเครื่องมือระบบ Self Learning System สำหรับการพัฒนาทักษะบุคลากรด้าน ICT เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงจัดทำฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐที่ใช้สำหรับบริการกับ สรอ.บนระบบ Customer Relationship Management (CRM) โดยความสำเร็จคิดเป็นร้อยละ ๑๐๐(๑๐๕.๖๖) จากเป้าหมาย จำนวน ๑,๕๐๐ คนของแผนงานในปี ๒๕๕๘ 


ผลการดำเนินงานสำคัญตามนโยบายรัฐบาล สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)
 

  • การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริการภาครัฐโดยใช้ประโยชน์จากเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักปัจจุบันประเทศไทยกำลังมีนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไปสู่ยุคดิจิทัล โดยหน่วยงานภาครัฐจะมีการปรับเปลี่ยนให้เป็น Digital Government ส่วนภาคเอกชนก็ต้องเป็น Digital Business และภาคประชาชนที่เป็นผู้ใช้ประโยชน์จากบริการต่างๆ ก็จะมีการปรับตัว เป็น Digital Citizen โดยเฉพาะ การให้บริการของหน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพให้มีความรวดเร็ว มีความสะดวก และยกระดับคุณภาพให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งาน พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการเข้าถึงทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ โดยการปรับปรุงบริการ กระบวนการทำงานหรือพัฒนาบริการนี้ จะทำให้เกิด Smart Service ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนมากที่สุด รวดเร็ว และใช้ทรัพยากรน้อยลง เพราะประชาชนสามารถติดต่อขอรับบริการได้โดยไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้าน ให้ยุ่งยากอีกต่อไป
     
  • Mobile Application "สุขพอที่พ่อสอน"
        เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สรอ. ร่วมกับสำนักราชเลขาธิการ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตอัญเชิญพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทคัดตัดตอน พร้อมพระบรมฉายาลักษณ์มาพัฒนาในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ชื่อแอปพลิเคชัน “สุขพอที่พ่อสอน” 
    แอปพลิเคชัน “สุขพอที่พ่อสอน” ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเผยแพร่พระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปสู่ประชาชน โดยแบ่งออกเป็น ๙ หมวดหมู่ ได้แก่ การศึกษา ความยุติธรรม รู้รักสามัคคี ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ประโยชน์ส่วนรวม การพัฒนา ความพอเพียง คุณธรรม จริยธรรม และความสุขและความปรารถนาดี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันโอชา เรื่องค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการในข้อ ๙ คือ การมีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฎิบัติ ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    แอปพลิเคชัน “สุขพอที่พ่อสอน” สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และระบบปฏิบัติการ iOS นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลดผ่าน ศูนย์กลางแอปพลิเคชันภาครัฐ” หรือ Government Access Channels (GAC) ของภาครัฐที่ สรอ. ได้จัดทำขึ้น

     
  • ภารกิจ Bike for Mom
        สำนักงานเป็นผู้ดำเนินการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ Bike for Mom ซึ่งเป็นกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๓ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ โดยมีหนังสือขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งสำนักงานได้ร่วมดำเนินการ ดังนี้
    -    การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ BikeforMom2015
    -    การออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการ (CMS) ภาพกิจกรรม เทปบันทึกกิจกรรม และระบบการรับภาพกิจกรรมจากภาคประชาชน
    -    บริหารจัดการข้อมูลเว็บไซต์
    จากการดำเนินการในภารกิจนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีการแบ่งตามประเภท ดังนี้ 
    •    จำนวนผู้ลงทะเบียนปั่นจักรยาน แบ่งเป็นเขตในกรุงเทพมหานคร จำนวน ๔๐,๐๐๐  คน และต่างจังหวัด จำนวนทั้งสิ้น ๒๕๔,๘๘๓  คน
    •    จำนวนที่บันทึกสถิติโลก (Guinness World Records) จำนวน ๑๓๖, ๔๑๑ คน
    •    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ จำนวน ๑,๘๔๒,๘๑๒  คน (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘)
  • ภารกิจ Bike for DAD

เนื่องด้วย นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๘ พรรษา ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๘ และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์เพื่อการประชาสัมพันธ์ และพัฒนาระบบลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เพื่อรับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ฯ ซึ่งสำนักงานได้ร่วมดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ดังนี้

          - ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๘ พรรษา ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลประชาสัมพันธ์ ทั้งรูปแบบเว็บไซต์เพื่อการประชาสัมพันธ์ เว็บแอปพลิเคชัน และการพัฒนาระบบลงทะเบียนและฐานข้อมูล เพื่อจัดเก็บข้อมูลการลงทะเบียนอย่างเป็นระบบต่อไป

          - รวบรวม จัดทำและปรับปรุงข้อมูลบนเว็บไซต์ให้มีความทันสมัยเป็นปัจจุบัน และแสดงผลได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์พกพา รวมถึงอุปกรณ์แบบ Smart Phone ในลักษณะของ Responsive Web Design
 

  • การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘

ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปปรับปรุงแบบฟอร์ม (Smart Form) และเอกสารต่าง ๆ ที่ใช้ในการติดต่อราชการให้ง่ายต่อความเข้าใจของประชาชน เช่น ให้กรอกข้อมูลเท่าที่จำเป็น ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๓ เดือน โดยมีรายละเอียดการดำเนินงาน ดังนี้

 ๑  การจัดตั้งศูนย์บริการร่วม ณ จุดเดียว (One stop Service)

สรอ. ได้ดำเนินการพัฒนาระบบสารสนเทศเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อรองรับการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ และผลักดันให้หน่วยงานต่าง ๆ ปรับปรุงระบบการให้บริการของตนสะดวก ทันสมัย มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกรอบแนวคิดเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น ประกอบด้วย 
(๑) ระบบคู่มือประชาชน โดยได้จัดทำ Website (info.go.th) สำหรับให้หน่วยงานส่งคู่มือมารวมไว้ที่เดียวกัน และจะเป็น Website สำหรับประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลคู่มือจากจุดเดียว
(๒) ระบบแจ้งหนังสือล่าช้า  
(๓) ระบบรับเรื่องร้องเรียน คำติชม ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลจากหมายเลขโทรศัพท์ระบบ ๑๑๑๑ ของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในการรับเรื่อง  
(๔) ระบบวิเคราะห์กระบวนงาน 
ในส่วนการจัดตั้งศูนย์บริการร่วม ณ จุดเดียว (One Stop Service) สรอ. ได้ให้บริการ Smart Kiosk เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิประโยชน์พื้นฐานได้ ณ ศูนย์บริการร่วม (G-Point)   ที่ห้างสรรพสินค้า Central World และล่าสุดที่ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลศาลายา ณ วันที่ ๓ ก.ย. ๕๘ 
โดยมีระบบที่ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิ ดังนี้
- ระบบข้อมูลบุคคล ของกรมการปกครอง
- ระบบตรวจสอบการใช้บริการ Application Center ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)
- ระบบข้อมูลสิทธิประกันสุขภาพ ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ
- ระบบข้อมูลบัญชีสินเชื่อในเครดิตบูโรแบบสรุป ของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ
- ระบบประวัติการเบิกจ่ายอุปกรณ์ ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
- ระบบตรวจสอบสิทธิการรับเบี้ยคนพิการ ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
- ระบบประวัติการฟื้นฟู ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

 

 ๒. การให้บริการ Smart Service โดยลดสำเนาการใช้กระดาษ และบัตรประชาชน กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สรอ. ได้จัดทำความร่วมมือกับส่วนราชการในการปรับปรุงบริการต่าง ๆ ให้เป็น Smart Service และคาดว่าภายในปี ๒๕๕๘ ประชาชนจะได้ใช้บริการของรัฐที่ไม่จำเป็นต้องใช้สำเนาบัตรฯ อีกต่อไป ทั้งนี้บริการพื้นฐานภายใต้โครงการ Smart Service จะต้องมีการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ โดยอ้างอิงเลขหมายประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักหรือบัตรประจำตัวประชาชนแบบ Smart Card ในการยืนยันตัวบุคคล เพื่อทำธุรกรรมกับภาครัฐ อีกทั้ง ข้อมูลในบัตรประจำตัวประชาชนที่เกี่ยวข้องจะถูกบันทึกลงแบบฟอร์มขอใช้บริการ เพื่อลดการกรอกแบบฟอร์มกระดาษได้ด้วย โดย สรอ. อยู่ระหว่างการเตรียมการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ และพัฒนาบริการของหน่วยงานต่าง ๆ ไปสู่ Smart Service ไว้รองรับแล้ว  

นอกจากนี้ สรอ. ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลหน่วยงานผ่านการตอบแบบสอบถาม โดยมีจำนวนหน่วยงานภายใต้ ๗ กระทรวงนำร่องที่ตอบแบบสอบถามจำนวน ๓๙ กรม  มีจำนวนบริการทั้งสิ้น ๓๙๔ บริการ และดำเนินการสำรวจเพิ่มเติมเพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกและประเมินงบประมาณพร้อมทั้งวางแผนการดำเนินงานสำหรับหน่วยงานที่มีความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการ และสรุปได้ว่าจะมีหน่วยงานนำร่องพัฒนาบริการ จำนวน ๓๔ หน่วยงาน คิดเป็น ๑๒๖ บริการ ซึ่งได้ยืนยันเข้าร่วมบริการแล้วจำนวน ๓๐ หน่วยงานรวม ๙๗ บริการ

 

  • การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภาครัฐ (Open Government Data) การดำเนินการเรื่องการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภาครัฐ (Open Government Data) ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง นอกจากการพัฒนาแอปพลิเคชันต้นแบบ และ Analytic Tool สำหรับการวิเคราะห์การใช้งาน data.go.th และการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการแล้ว สรอ. ซึ่งมีภารกิจหลักในการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศให้มีคุณภาพ จึงได้พัฒนาระบบศูนย์กลางข้อมูลภาครัฐ (data.go.th) เพื่อเป็นการส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐสู่สาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม เป็นช่องทางให้ผู้ใช้บริการทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจเอกชน รวมถึงหน่วยงานของรัฐ สามารถค้นหาและเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพของภาครัฐได้ง่าย ในการนี้ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความต่อเนื่องและบรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ การส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือของภาครัฐ และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน รวมถึงแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น การเมือง และเศรษฐกิจอย่างบูรณาการร่วมกันได้ อีกทั้งเป็นการสร้างทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ดังนั้น สรอ.จึงวางแผนการจัดทำแนวทางการดำเนินงาน (Roadmap) และเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่ข้อมูลภาครัฐ (Open Government Data) พร้อมแผนเตรียมการที่จะรายงานสถานภาพการเผยแพร่ข้อมูลภาครัฐ (Open Government Data) เพื่อให้นายกรัฐมนตรีพร้อมกับคณะรัฐมนตรีได้พิจารณา  สรอ. ได้ดำเนินการจัดประเภทของชุดข้อมูลเป็น ๑๔ ประเภท คือ เศรษฐกิจและการเงิน ข้อมูลสถิติ สภาพภูมิอากาศ กฎหมายและอาชญากรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ ภูมิสารสนเทศ การศึกษา เกษตรกรรม คมนาคม งบประมาณและการใช้จ่ายของภาครัฐ พลังงาน พื้นที่และการท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์และงานวิจัย สังคมและสวัสดิการ และปัจจุบันมี Open Data จำนวน ๓๐๖ ชุดข้อมูลที่ขึ้นเผยแพร่บน www.data.go.th และได้จัดให้มีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง Open Government Data Conference ๒๐๑๕  เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ซึ่งมีหน่วยงานราชการเข้าร่วมจำนวน ๑๔๗ กรม และหน่วยงานดังกล่าวกำลังจัดทำ Open Data จำนวน หน่วยงานละ ๒ ชุดข้อมูล เพื่อเผยแพร่ให้เกิดการใช้ประโยชน์ต่อไป

 

  • e-Service ภาครัฐ และศูนย์กลางแอปพลิเคชัน
        สรอ.ได้ดำเนินการพัฒนาช่องทางการเข้าถึงข้อมูลและบริการภาครัฐ (Government Access Channels) ผ่านช่องทางการให้บริการผ่าน Government Application Center (GAC) เสร็จเรียบร้อย โดยเป็นเว็บไซต์ apps.go.th และในรูปแบบของ Mobile Application สามารถดาวน์โหลด GAC ที่ iTune (สำหรับ iOS) หรือ PlayStore (สำหรับ Android) 
        สำหรับการดำเนินงานในปัจจุบัน ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนา e-Service ภาครัฐ โดยรวบรวม Applications ต่าง ๆ ไว้บน Government Application Center (GAC) (๑๓ หมวด) โดย Applications ที่พัฒนาแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้ว จำนวน ๗ Apps ได้แก่ 
    ๑. Application ประมวลพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท “สุขพอที่พ่อสอน” 
    ๒. Application “OHM Books Shelf” ของสำนักราชเลขาธิการ
    ๓. Application สื่อสารอาการผู้ป่วยด้วยภาษาพม่า “Doctor Ask”
    ๔. Application “Lost Car” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    ๕. Application นัดหมายแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี (RAMA Appointment) 
    ๖. Application ค้นหาร้านขายยา ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
    ๗. Application คู่มือประชาชน ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.)
        ทั้งนี้เพื่อพัฒนาให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้หรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและสังคม โดยคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการดำเนินงานดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ และขอให้ส่งเสริมการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ทำการประชาสัมพันธ์บริการของภาครัฐในรูปแบบ Mobile Applications และศูนย์กลางแอปพลิเคชันภาครัฐ (GAC) โดยใช้สื่อประชาสัมพันธ์ของรัฐที่มีอยู่อย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ

 

  • การบูรณาการฐานข้อมูลกลางภาครัฐ
    • ๑) สรอ.รับผิดชอบเป็นเลขานุการคณะทำงานศูนย์ข้อมูลในประเทศ (Data Center) ในการประชุมคณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบแนวทาง และ (ร่าง) แผนการดำเนินงานศูนย์ข้อมูลในประเทศ (Data Center) พร้อมกับให้นำเสนอรายละเอียดเรื่องดังกล่าวต่อ คณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาในการ ดำเนินการ 
    • ๒) การประชุมคณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ ๒/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘ มีมติเห็นชอบ (ร่าง) แนวทางการจัดการ และ (ร่าง) แผนการดำเนินงานศูนย์ข้อมูลภาครัฐ และให้นำ (ร่าง) กรอบมาตรฐานศูนย์ข้อมูล (Data Center) สำหรับการให้บริการภาครัฐ และ (ร่าง) หลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์สำหรับภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ ไปพิจารณาในการจัดประชุมประชาพิจารณ์เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันต่อไป 
    • ๓) การประชุมคณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ ๓/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
      • ๑) การสำรวจสถานภาพศูนย์ข้อมูลภาครัฐ 
      • ๒) การจำแนกประเภทข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เป็น ๓ ประเภท คือ ข้อมูลด้านด้านความมั่นคงของประเทศ ข้อมูลสำคัญสำหรับใช้งานภาครัฐ และข้อมูลทั่วไป  
      • ๓) การจัดทำข้อมูลต่างๆ ให้มีความครบถ้วน เพื่อให้เพื่อให้คณะรัฐมนตรีเห็นภาพรวมโครงการ 
      • ๔) การดำเนินการยกร่างกรอบมาตรฐานศูนย์ข้อมูล (Data Center) สำหรับการให้บริการภาครัฐ และยกร่าง หลักเกณฑ์การให้สิทธิ์ประโยชน์สำหรับภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ

 

  • แนวทางการใช้ประโยชน์จากระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) สรอ.ได้ดำเนินการศึกษาแนวทางการพัฒนาสถาปัตยกรรม Big Data ให้สามารถรองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Massive data) โดยมีการทำ Proof-of-Concept กับระบบต้นแบบ (Prototyping) และดำเนินการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลภาพ (Video Analytics) เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์รูปแบบอาชญากรรม (Crime Pattern Analysis) และพิสูจน์หลักฐาน (Object Identification) และร่วมหารือถึงแนวทางการใช้ประโยชน์จาก CCTV ร่วมกับผู้แทนของหน่วยงานภาครัฐ  นอกจากนี้ยังได้กำหนดแนวทางการดำเนินการสำรวจข้อมูล เพื่อนำข้อมูลจากการสำรวจมาพัฒนาในการใช้ประโยชน์ต่อไป

 

  • การดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Act) มีการดำเนินงานดังนี้ 

๑) การประชุมหารือกับผู้แทนของคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญาภายใต้สภาปฏิรูปแห่งชาติ เกี่ยวกับแนวคิดในการยกร่างกฏหมายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Act) และต่อมาได้มีการประชุมกับคณะกรรมาธิการฯ ในวันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพปัญหา แนวทางการพัฒนา ตัวอย่างกฎหมายต่างประเทศ ในด้านการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e- Government) พร้อมกับข้อมูลเพิ่มเติมในการพัฒนากฎหมายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) ของประเทศไทย 
๒) การเข้าร่วมหารือกับคณะทำงานของรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) เพื่อรับฟังข้อแนะนำแนวทางการพัฒนากฎหมายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) ในวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
๓) การเข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานปฏิรูประบบข้อมูลเพื่อการพัฒนาประเทศในวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๘ เพื่อร่วมพิจารณาและให้ความเห็นในหลักการของร่างกฎหมายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์
(e-Government) ทั้งนี้ ภายหลังจากการประชุมกับคณะทำงานปฏิรูประบบข้อมูล เพื่อการพัฒนาประเทศ ได้มีมติให้สำนักงานดำเนินการปรับปรุงหลักการของกฎหมายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์
(e-Government) เพิ่มเติมร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยสำนักงานได้มีการนัดประชุมกับทางผู้แทนคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วในวันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ 
๔) คณะอนุกรรมาธิการคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ได้รายงานต่อที่ประชุม คตช. ครั้งที่ ๖/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เกี่ยวกับการจัดทำกฏหมายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งที่ประชุมรับทราบ

 

  • แนวคิดการดำเนินโครงการThailand Government Spending 

การดำเนินการเรื่อง Thailand Government Spending สรอ. โดยที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการ  ดังนี้
 

๑) สรอ.ประชุมร่วมกับคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ครั้งที่ ๕/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ มติที่ประชุมเสนอให้นำเรื่องการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Open Government Data) โดยให้เร่งด่วนกับข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง (Thailand Government Spending) ซึ่งจะเป็นการเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางเดียว (National Single Window : NSW) ทาง Website : data.go.th ตามที่ สรอ. เสนอ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีการประชุมและมีมติรับทราบ เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา   

๒) การดำเนินการโครงการ Thailand Government Spending ในรูปแบบของ Open Data ร่วมกับกรมบัญชีกลาง ซึ่งเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ทางกรมบัญชีกลาง ได้นำชุดข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ มาเปิดเผยผ่าน data.go.th  ด้วยการนำชุดข้อมูลเบื้องต้นมาให้เป็นที่เรียบร้อย แต่ยังคงต้องใช้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของ “ข้อมูลพิกัด” เพิ่มเติม เพราะการพัฒนาแอปพลิเคชัน จำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลพิกัดที่จะระบุว่างบประมาณแต่ละส่วนถูกนำไปใช้ที่พื้นที่ใด

๓) สรอ.ประชุมร่วมกับคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ครั้งที่ ๖/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ สรอ.รายงานต่อที่ประชุมถึงความก้าวหน้าในการดำเนินการว่า สรอ. ดำเนินการตามแผนในการกำหนดชุดข้อมูล และมาตรฐาน รวมถึงแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูล ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๘ โดยการดำเนินการตามสิ่งที่ได้รับมอบหมาย ได้แก่

(๑)  การจัดทำกรอบแนวทางการพัฒนาและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ Open Data โดยมีการดำเนินงานต่าง ๆ ได้แก่ 
•    มาตรฐาน Meta Data, กลุ่มข้อมูล (Data Category) และ Open Government License เป็นต้น
•    จัดทำ “แนวปฏิบัติและมาตรฐานเชิงเทคนิคสำหรับศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ (Data.go.th)” โดยเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ data.go.th
•    การจัดหา Tool ในการแปลงข้อมูล จาก Excel เป็น RDF
(๒)  การหารือแนวทางดำเนินงานร่วมกับ UNDP ภายใต้โครงการ Anti-Corruption เพื่อให้มีการนำระบบเครื่องมือต่าง ๆ มาช่วยในการติดตาม และตรวจสอบความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างของภาครัฐ โดยใช้รูปแบบและผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลี       
(๓) การประชุมหารือแนวทางการเข้าเป็นภาคีสมาชิกความร่วมมือเพื่อการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Government Partnership) ร่วมกับกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (สขร.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

 

 

 

 

นอกจากผลการดำเนินงานดังกล่าวข้างต้นที่เป็นโครงการตามภารกิจ ซึ่งแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง ยังมีการดำเนินงานอื่นๆ อีก ได้แก่ การจัดกิจกรรมทางวิชาการ การสนับสนุนวิทยากรที่มีทักษะความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเฉพาะด้าน การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ การเข้าร่วมประชุมในเวทีต่างๆ  ทั้งนี้เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการเป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศตามที่หน่วยงานต้องการ เพื่อให้การพัฒนาด้านบริการประชาชนและการบริหารจัดการด้านไอทีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


ข้อมูลจาก: 
รายงานผลการดำเนินงานต่อ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ครั้งที่ ๒ รอบ ๑๒ เดือน
ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘


 

ict
  • สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2558 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สรอ.)
  • โทรศัพท์ : (+66) 0 2612 6000 โทรสาร : (+66) 0 2612 6011-12 อีเมล : contact@ega.or.th
EGA CONTACT CENTER
EGA CONTACT CENTER